วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553


คนที่เคยปลูกต้นไม้กระถางคงสัมผัสได้ว่า .....ถึงแม้พันธ์ไม้ในกระถางจะเป็นพันธ์ดีเพียงใด แต่.... ถ้าหากดินในกระถาง สภาพแวดล้อม ( ลมและแดด ) ไม่เหมาะสม รวมทั้งหากเจ้าของต้นไม้ไม่สนใจให้ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดิน อย่าหวังเลยว่า ไม้พันธ์นั้นจะผลิดอกออกผลให้เชยชมอย่างสมใจได้
ผมเองรับราชการในจังหวัดนครสวรรค์เสียเป็นส่วนใหญ่ เหมือนกบอยู่แต่ในกะลา มีโอกาสได้ไปยลสายลมแสงแดดในถิ่นอื่นบ้างเพียงเล็กน้อย โดยไปเป็นพัฒนาการอำเภอที่จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดศรีสะเกษ แล้วไปเป็นหัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาที่จังหวัดอุทัยธานี และหัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ ศพช.เขต 5 ลำปาง ในห้วงเวลาไม่ยาวนานนัก ( ถ้านานก็คงกลุ้มเหมือนกัน ) หลังจากนั้นกลับมาอยู่ที่ ศพช. เขต 12 พอเขตแตก ( ขออภัยที่ต้องใช้คำนี้ ) ก็ต้องมาทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศที่จังหวัดนครสวรรค์อีก แต่แล้วก็ต้องมาทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนา เมื่อกรมฯ ออกคำสั่งล่าสุดมา
ประสบการณ์การทำงานสอนผมหลายอย่าง ผมขอนำประสบการณ์ที่เป็นความรู้มาบันทึกเพื่อให้ผู้ใฝ่รู้ และสนใจในงานฝึกอบรมได้เรียนรู้การใช้อุปกรณ์ในระบบสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการฝึกอบรมบุคลากรในงานพัฒนาชุมชน ให้เตรียมการ ดังนี้

1. Hard Wear

เตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ / เครื่องฉายแผ่นทึบ / เครื่องฉายภาพ

2. การเชื่อมต่อ
2.1 ให้ต่อ Port RGB out ของเครื่องฉายแผ่นทึบ กับ Port computer 1 or 2 ของเครื่องฉายภาพเข้าด้วยกัน
2.2 ต่อ Port RGB IN ของเครื่องฉายแผ่นทึบไปที่ PORT OUT ของเครื่อง Computer แล้วต่อสายไฟของทุกเครื่อง  เปิด SWITCH  เป็นอันใช้การได้
2.3 การปรับแต่งการใช้งานของ  HARD WARE ให้เป็นไปตามข้อบ่งใช้ของแต่ละชนิด






วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

จากขอนแก่นสู่เมือง(นางฟ้า,เทวดา) สวรรค์














หลังจาก ศพช. เขต 12 ทำ IPA ด้วยการนำกระบวนการการจัดการความรู้มาใช้ จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ได้ผลตอบแทนไปศึกษาดูงานกันที่ประเทศสิงค์โปร์ ( ที่จริงเขาให้ไปเที่ยว ) ผมทิ้ง Webblog ไปเสียนาน เพราะงานยุ่ง ( ที่จริงไม่ค่อยมีอารมณ์จะเขียน ) พอดี ศพช. เขต 12 มีอันต้องถูกยุบ หลายคนกระจัดกระจายไปอยู่ในที่อันควร ผมเองและพลพรรคอีกหลายชีวิต / วิญญาณ ได้รับความกรุณาจากรมการพัฒนาชุมชนให้มาสิงสถิตย์ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ ผมถูกบังคับด้วยหัวโขนให้รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานใหม่สุด (กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน) แต่ตำแหน่งจริงยังคงกินเงินเดือนหัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน จังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ยังมีน้องเต้ย (มาลี ปลื้มประมล) สาว ที ไอ เอ้ย ไอที น้องเจ็ก (วิมลรัตน์ ศรีผง ) หอบหิ้วกันมาทำงานที่กลุ่มงานสารสนเทศ เราเริ่มคิดงาน ( ที่ไม่ค่อยมีหรือพูดได้ว่าไม่มีเงิน ) และทำงานกันอยู่เพลิน ๆ เหมือนฟ้าฟาด กรมการพัฒนาชุมชนมีคำสั่งที่ 5 / 2553 ลงวันที่ 5 มกราคม 2553 ให้ผมปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาที่จังหวัดนครสวรรค์ และกรุณาย้ายอัตราเงินเดือนมาให้ด้วย ( ต้องขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ ) ไหน ๆ ก็พ้นจากตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศแล้วตั้งแต่ 11 มกราคม 2553 จะไม่ทำอะไรให้ดูมีกึ๋น (ไม่รู้มีจริงอะป่าว) ผมขอนำความรู้ในงานสารสนเทศเกี่ยวกับการ Download File เพลงจาก Karaok มาใช้ประกอบ Program การนำเสนอ
ก่อนอื่นเครื่องเราต้องมี Program Nero และ Karaok อยู่น๊ะ เริ่มใช้งาน ให้เปิด Nero แล้ว Double Click ที่ Nero Weve Editor click ที่ปุ่มสีแดง (บันทึก) จะปรากฏการตั้งค่ารูปแบบการสุ่ม เลือก แซมปิดเรตที่ 48000 HZ (dat) ความลึกบิตที่ 16 บิต (cdและdat) Click ที่บันทึกเสตอริโอ แล้ว Click ที่ ตกลง จะปรากฏคอนโซลการบันทึก เลือก Audio Putline ที่ Stereo Mixer จากนั้นให้ Click ที่ปุ่มสีแดง (บันทึก) แล้วเปิด ProGram Karaok เลือกเพลงที่ต้องการ เมื่อจบเพลงที่ต้องการแล้วให้ออกจาก Program Karaok แล้ว Click ที่ปุ่ม ตกลง จะปรากฏแถบ File เสียง ให้ทดลองฟังโดยกดปุ่มเขียว ( เล่นทั้งหมด ) หากต้องการตัดให้ลากเม้าท์ แล้วกดกรรไกร ห้วงสัญญาณช่วงนั้นจะถูกตัดไป เมื่อจะบันทึกให้ใช้บันทึกเป็น หรือ Click เครื่องหมาย + แล้วตั้งชื่อ File ก็จะได้เพลงที่ต้องการ หรือ Write เป็นแผ่น CD นำไปฟังได้ แต่ หากเรามี Mixer ก็สามารถบันทึกแล้ว Write เป็นแผ่นนำไปฟังในรถเพื่อสร้างความรำคาญให้กับเราหรือคนอื่นได้

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550




งานที่ต้องสานต่อและความคาดหวัง
ถึงวันนี้ ( 9 กรกฎาคม 2550 ) โครงการ ศพช.เขต 12 : ชีวิตใหม่ หัวใจ / ใฝ่รู้ (โครงการตามข้อเสนอริเริ่ม หรรือ I P A เขต 12 ) ได้ดำเนินการตามโครงการเกือบครบถ้วนทุกกิจกรรมแล้ว คงเหลือแต่กิจกรรมการจัดการความรู้บุคลากร ครั้งที่ 3 ซึ่งเราได้กำหนดดำเนินการระหว่างวันที่ 16 – 18 สิงหาคม 2550 ณ อำเภอบางละมุง จังหวัดศรีราชา โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่การทบทวนการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา วิเคราะห์สภาพการทำงาน การปรับวิสัยทัศน์หน่วยงาน การกำหนดพันธกิจ เป้าหมาย และประเด็นยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชนปี 2551
จากสภาพข้อเท็จจริง พบว่า การมีสัมพันธภาพที่ดีของคนในองค์การ นำไปสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและทั่วถึงทั้งองค์การ สามารถทำให้เกิดการพัฒนางานและเกิดนวัตกรรมใหม่ในงาน ทำให้เกิดงานที่มีประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการได้ เพื่อเอื้อให้เกิดกระบวนการดังกล่าว ศูนย์ช่วยเหลือทางวิชาการพัฒนาชุมชนเขตที่ 12 จึงได้ใช้งบประมาณเหลือจ่ายจากโครงการศพช.เขต 12 : ชีวิตใหม่ หัวใจ / ใฝ่รู้ จำนวน 98,000 บาท ปรับปรุงห้องว่างบริเวณชั้นล่างอาคารเป็นศูนย์ปฏิบัติการการเรียนรู้ บุคลากร ศพช.เขต 12 เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการและแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพวกเรา
หวังว่าในรอบปีใหม่พวกเราคงทำงานกันด้วยความสุข ท่ามกลางสัมพันธภาพ ความเอื้ออาทร และกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนโดยมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และประเด็นยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน เป็นเครื่องมือนำทางสู่การปฏิบัติ



การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเครือข่ายชุมชนนักปฏิบัติ (COPs)
วันที่ 5 กรกฎาคม 2550 ริมฝั่งแม่น้ำปิง อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ผมเดินทางถึงเรือนร่มไม้รีสอร์ท แต่เช้า จอดรถยนต์ใต้ร่มไม้ แล้วก้าวเท้าเดินสู่บริเวณส่วนต้อนรับของรีสอร์ท นกเงือก 2 ตัวส่งเสียงร้องอยู่บนต้นไม้ ไกลออกไปเห็นนกยูง 4 ตัว เดินตามกันหาอาหาร ทั้งนกเงือก นกยูง ต่างไม่กลัวคน เชื่องจนกล้าหาอาหารกินใกล้ผู้คน สอบถามพนักงานต้อนรับทราบว่าเจ้าของรีสอร์ท (ท่านวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.กำแพงเพชร) เลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็ก (มิน่าจึงเชื่องนัก) ไม่นานทีมนักวิชาการ ศพช.เขต 12 และเครือข่ายชุมชนนักปฏิบัติ (งานหมู่บ้าน “อยู่เย็น เป็นสุข” ต้นแบบ) เดินทางมาถึง เราเริ่มต้นพูดคุยด้วยการชี้แจงวัตถุประสงค์และเป้าหมายการทำงานให้ทีมงานฟัง
แบ่งทีมทำงานเป็นรายจังหวัด โดยนักวิชาการเขตเป็นผู้เอื้ออำนวย ฯ ให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทีมจังหวัด ผมสังเกตเห็นความกระตือรือร้นของผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่พยายามสื่อความ เล่าเรื่อง การทำงานของชุมชนด้วยความภาคภูมิใจ ผู้เอื้ออำนวย ฯ ที่เป็นนักวิชาการเขต ฯ พยายามกระตุ้น จดบันทึก และรวบรวมเป็นองค์ความรู้ (หลายคนทำหน้าที่ผู้เอื้อ อย่างแท้จริง เอื้อให้แม้แต่จัดหาน้ำดื่ม อาหารว่างให้ทีมงาน แม่คุณช่างงามจริง ๆ) เวลาผ่านไปจนถึงอาหารมื้อกลางวัน เมื่ออิ่มหนำเสร็จไม่ปล่อยให้เวลาว่าง เราเริ่มกระบวนการจัดเก็บความรู้ และการเผยแพร่ความรู้ โดยให้ดูตัวอย่างการจัดเก็บความรู้ที่นำเผยแพร่ในลักษณะของ V C D เราทานอาหารเย็นวันนั้น (5 ก.ค. 50) ริมฝั่งน้ำปิงอย่างอร่อยเคล้าด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและเสียงเพลง ผมทราบภายหลังว่าบางคนอิ่มตอน 01.00 น.วันรุ่งขึ้น
วันที่ 6 กรกฎาคม 2550 เราให้ทีมจังหวัดวางแผนการจัดเก็บความรู้ การบันทึกความรู้และการเผยแพร่ความรู้ โดยทุกทีมกำหนดเป้าหมายร่วมกันว่าองค์ความรู้ในงาน “หมู่บ้านอยู่เย็น เป็นสุข” ต้นแบบ จะต้องเสร็จภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2550 เมื่อเสร็จภารกิจเราต่างแยกย้ายกันกลับที่ตั้ง โดยตั้งความหวังว่าเราจะร่วมกันทำงานตามแผนที่เราวางกันไว้อีกครั้งหนึ่ง และองค์ความรู้ในงานจะสามารถนำเผยแพร่สู่ผู้สนใจได้

เพิ่มสมรรถนะบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์
ผู้เอื้ออำนวย ฯ เป็นผู้จัดให้มีกระบวนการจัดการความรู้ และเป็นผู้แสวงหาความรู้แล้วรวบรวมจัดเก็บเป็นองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้สนใจศึกษาและนำไปปฏิบัติ เทคนิคในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสนใจให้กลุ่มลูกค้าจึงเป็นทักษะสำคัญที่ผู้เอื้ออำนวยฯ จำเป็นต้องมี
เช้าวันที่ 13 มิถุนายน 2550 ที่บริเวณหน้าห้องประชุมโรงเรียนเทคโนโลยีภาคเหนือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ผมเดินทางมาพร้อมกับผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ กรมการพัฒนาชุมชน (เสริมพงษ์ รัตนะ) ท่านผู้จัดการโรงเรียน (อาจารย์ณรงค์ สุขพยัคฆ์) รอต้อนรับพวกเราด้วยใบหน้าแช่มชื่น ท่านกรุณากล่าวต้อนรับพวกเรา หลังจากนั้นท่านผู้อำนวยการ ศพช.เขต (ดร.ประพีร์ เกิดเพิ่มพูล) ชี้แจงวัตถุประสงค์และกระบวนการทำงานของกิจกรรมในครั้งนี้ เสร็จแล้วท่านผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ ท่านได้กรุณาให้ความรู้พวกเราในหัวข้อ “ประชาสัมพันธ์อย่างไรให้ถูกใจผู้รับสาร” ในช่วงบ่ายอาจารย์ แนะนำการทำงานด้วยโปรแกรม Ulead 11 ท่านฝึกหัดให้เราใช้เทคนิคต่าง ๆ ในการตัดต่อเพื่อการนำเสนอ พวกเราทั้งสนุก มึนงง ( เพราะแก่แล้วตามไม่ค่อยทัน ) แต่ก็สามารถทำงานนำเสนอได้ไม่อายใครเชียวหละ 3 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันสุดท้าย ( 15 มิถุนายน 2550 ) ท่านผู้อำนวยการ ศพช. เขตได้กรุณาจัดทำเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน

เช้าวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ริมคลองอีเติ่ง สายลมอ่อนพัดพื้นน้ำพลิ้วเป็นระลอกเกิดแสงระยิบเมื่อแสงอาทิตย์สาดกระทบ อาหารเช้าเราลิ้มรส กาแฟร้อน ปาท่องโก๋กรอบ และข้าวต้มอุ่น ๆ เมื่อถึงเวลาเราพร้อมกันบริเวณห้องฝึกอบรมโดยไม่ต้องนัดหมาย เริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยหลักและวิธีการพูดสุนทรพจน์ หลังจากนั้นเป็นการฝึกพูดรายบุคคล และให้กลุ่มผู้ฟังเป็นผู้วิจารณ์รายบุคคล เราแยกกันด้วยรอยยิ้มในเย็นวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ด้วยความเชื่อมั่นว่าทีมงานของ ศพช.เขต 12 เราจะเป็นผู้เอื้ออำนวย ฯ ที่ดี สามารถเป็นได้ทั้งผู้ให้และผู้รับ

การจัดการความรู้ครั้งที่ 2
สมรรถนะบุคลากร สื่อความหมาย / ฟัง / สรุปประเด็น
บ้านสวนชลัมรีสอร์ท อ.เมือง จ.อุทัยธานี
ความสำเร็จของการจัดการความรู้ อยู่ที่การทำให้คนในเขตเรา เป็นผู้เอื้ออำนวย ฯที่มีความสามารถ รู้จักแหล่งความรู้ รู้กระบวนการ วิธีการจัดเก็บความรู้ นำมาเผยแพร่ และจัดการสร้างความรู้ใหม่ เป็นสมมติฐานที่ผมตั้งความหวังเพื่อให้ K M ของเขตเรามีประสิทธิภาพ นำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างทั่วถึงทั้งเขตในที่สุด
การพัฒนาสมรรถนะของผู้เอื้ออำนวย ฯ เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการจัดการความรู้ ผู้เอื้ออำนวยฯ ที่ดีจะต้องมีทักษะที่สำคัญคือ ทักษะในการสื่อความหมาย การตั้งคำถาม ทักษะการฟัง และทักษะในการสรุปประเด็นเพื่อบันทึกและจัดเก็บเป็นความรู้ เมื่อเห็นความสำคัญเช่นนี้ ผมจึงประสานกับนายกสโมสรฝึกการพูดนครสวรรค์ (ชัยพร ยิ้มแช่ม อดีตสรรพกรพื้นที่หลายจังหวัด ) ให้ท่านจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาสมรรถนะข้าง ต้นให้กับทีมผู้เอื้ออำนวย ฯ ของเขต ท่านกรุณารับปากและจัดให้พวกเราในวันที่ 4 - 6 มิถุนายน 2550 ผมเริ่มกระจายข่าวบอกพรรคพวกให้จัดตารางทำงานหลีกและเตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรม
เช้าวันที่ 5 มิถุนายน 2550 พวกเราดื่มด่ำชื่นชมกับธรรมชาติ ในบริเวณบ้านสวนชลัมภ์รีสอร์ท ซึ่งเจ้าของ (คุณชลัมภ์ กาญจนชัยภูมิ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทมหาจักรออโตพาร์ท จำกัด ) บรรจงตกแต่งบ้านพักริมคลองอีเติ่ง (ดินแดน ในอดีตเป็นแหล่งทำปืนเถื่อน) อย่างสวยงาม ร่มรื่น คงสภาพต้นไม้ใหญ่เช่นยางนาไว้มากมาย หลังจากท่านผู้อำนวยการ ศพช. เขต ได้พูดคุยและแจ้งวัตถุประสงค์การทำกิจกรรมครั้งนี้แล้วเราเริ่มภาควิชาการ ท่านนายกสโมสรฝึกการพูดนครสวรรค์ กล่าวนำความสำคัญของการพูด และหลักการพูดที่ดี เมื่อถึงเวลาอาหารว่าง ลิ้มรสสัมผัสกาแฟและอาหารว่างใต้ร่มไม้ บรรยากาศล้วนเป็นกันเอง พูดคุยนานาสาระ เสร็จจากอาหารว่างท่านอาจารย์ศุภศักดิ์ แก้วขำ ให้ความรู้ทั้งหลักและวิธีการพูดที่ดี หลังจากนั้นพวกเราทุกคนพลัดกันฝึกพูด เมื่อพูดจบทีมวิทยากรได้กรุณาวิจารณ์การพูดรายบุคคลพร้อมทั้งให้คำแนะนำ เราฟัง สังเกตอาการ นักพูดหน้าใหม่หลายรายโดยเฉพาะทีมน้องใหม่จากฝ่ายอำนวยการ หลายคนเหงื่อชุ่มตัว คำพูดเอ้อ อ้า มีให้ได้ยินก็หลายราย ถึงเวลาอาหารเย็นเราพร้อมกันล้อมวง อาหารพร่องโต๊ะในเวลาไม่นานนัก เสียงเพลงจากคาราโอเกะเริ่มบรรเลง หัวโต (อร่าม พุกสุข) รับหน้าที่พิธีกร คืนนั้นดีจีคาราโอเกะต้องทำงานหนัก เสียงเพลงสงบลงเวลาเกือบ 24.00 น.