วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550




งานที่ต้องสานต่อและความคาดหวัง
ถึงวันนี้ ( 9 กรกฎาคม 2550 ) โครงการ ศพช.เขต 12 : ชีวิตใหม่ หัวใจ / ใฝ่รู้ (โครงการตามข้อเสนอริเริ่ม หรรือ I P A เขต 12 ) ได้ดำเนินการตามโครงการเกือบครบถ้วนทุกกิจกรรมแล้ว คงเหลือแต่กิจกรรมการจัดการความรู้บุคลากร ครั้งที่ 3 ซึ่งเราได้กำหนดดำเนินการระหว่างวันที่ 16 – 18 สิงหาคม 2550 ณ อำเภอบางละมุง จังหวัดศรีราชา โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่การทบทวนการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา วิเคราะห์สภาพการทำงาน การปรับวิสัยทัศน์หน่วยงาน การกำหนดพันธกิจ เป้าหมาย และประเด็นยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชนปี 2551
จากสภาพข้อเท็จจริง พบว่า การมีสัมพันธภาพที่ดีของคนในองค์การ นำไปสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและทั่วถึงทั้งองค์การ สามารถทำให้เกิดการพัฒนางานและเกิดนวัตกรรมใหม่ในงาน ทำให้เกิดงานที่มีประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการได้ เพื่อเอื้อให้เกิดกระบวนการดังกล่าว ศูนย์ช่วยเหลือทางวิชาการพัฒนาชุมชนเขตที่ 12 จึงได้ใช้งบประมาณเหลือจ่ายจากโครงการศพช.เขต 12 : ชีวิตใหม่ หัวใจ / ใฝ่รู้ จำนวน 98,000 บาท ปรับปรุงห้องว่างบริเวณชั้นล่างอาคารเป็นศูนย์ปฏิบัติการการเรียนรู้ บุคลากร ศพช.เขต 12 เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการและแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพวกเรา
หวังว่าในรอบปีใหม่พวกเราคงทำงานกันด้วยความสุข ท่ามกลางสัมพันธภาพ ความเอื้ออาทร และกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนโดยมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และประเด็นยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน เป็นเครื่องมือนำทางสู่การปฏิบัติ



การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเครือข่ายชุมชนนักปฏิบัติ (COPs)
วันที่ 5 กรกฎาคม 2550 ริมฝั่งแม่น้ำปิง อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ผมเดินทางถึงเรือนร่มไม้รีสอร์ท แต่เช้า จอดรถยนต์ใต้ร่มไม้ แล้วก้าวเท้าเดินสู่บริเวณส่วนต้อนรับของรีสอร์ท นกเงือก 2 ตัวส่งเสียงร้องอยู่บนต้นไม้ ไกลออกไปเห็นนกยูง 4 ตัว เดินตามกันหาอาหาร ทั้งนกเงือก นกยูง ต่างไม่กลัวคน เชื่องจนกล้าหาอาหารกินใกล้ผู้คน สอบถามพนักงานต้อนรับทราบว่าเจ้าของรีสอร์ท (ท่านวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.กำแพงเพชร) เลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็ก (มิน่าจึงเชื่องนัก) ไม่นานทีมนักวิชาการ ศพช.เขต 12 และเครือข่ายชุมชนนักปฏิบัติ (งานหมู่บ้าน “อยู่เย็น เป็นสุข” ต้นแบบ) เดินทางมาถึง เราเริ่มต้นพูดคุยด้วยการชี้แจงวัตถุประสงค์และเป้าหมายการทำงานให้ทีมงานฟัง
แบ่งทีมทำงานเป็นรายจังหวัด โดยนักวิชาการเขตเป็นผู้เอื้ออำนวย ฯ ให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทีมจังหวัด ผมสังเกตเห็นความกระตือรือร้นของผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่พยายามสื่อความ เล่าเรื่อง การทำงานของชุมชนด้วยความภาคภูมิใจ ผู้เอื้ออำนวย ฯ ที่เป็นนักวิชาการเขต ฯ พยายามกระตุ้น จดบันทึก และรวบรวมเป็นองค์ความรู้ (หลายคนทำหน้าที่ผู้เอื้อ อย่างแท้จริง เอื้อให้แม้แต่จัดหาน้ำดื่ม อาหารว่างให้ทีมงาน แม่คุณช่างงามจริง ๆ) เวลาผ่านไปจนถึงอาหารมื้อกลางวัน เมื่ออิ่มหนำเสร็จไม่ปล่อยให้เวลาว่าง เราเริ่มกระบวนการจัดเก็บความรู้ และการเผยแพร่ความรู้ โดยให้ดูตัวอย่างการจัดเก็บความรู้ที่นำเผยแพร่ในลักษณะของ V C D เราทานอาหารเย็นวันนั้น (5 ก.ค. 50) ริมฝั่งน้ำปิงอย่างอร่อยเคล้าด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและเสียงเพลง ผมทราบภายหลังว่าบางคนอิ่มตอน 01.00 น.วันรุ่งขึ้น
วันที่ 6 กรกฎาคม 2550 เราให้ทีมจังหวัดวางแผนการจัดเก็บความรู้ การบันทึกความรู้และการเผยแพร่ความรู้ โดยทุกทีมกำหนดเป้าหมายร่วมกันว่าองค์ความรู้ในงาน “หมู่บ้านอยู่เย็น เป็นสุข” ต้นแบบ จะต้องเสร็จภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2550 เมื่อเสร็จภารกิจเราต่างแยกย้ายกันกลับที่ตั้ง โดยตั้งความหวังว่าเราจะร่วมกันทำงานตามแผนที่เราวางกันไว้อีกครั้งหนึ่ง และองค์ความรู้ในงานจะสามารถนำเผยแพร่สู่ผู้สนใจได้

เพิ่มสมรรถนะบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์
ผู้เอื้ออำนวย ฯ เป็นผู้จัดให้มีกระบวนการจัดการความรู้ และเป็นผู้แสวงหาความรู้แล้วรวบรวมจัดเก็บเป็นองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้สนใจศึกษาและนำไปปฏิบัติ เทคนิคในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสนใจให้กลุ่มลูกค้าจึงเป็นทักษะสำคัญที่ผู้เอื้ออำนวยฯ จำเป็นต้องมี
เช้าวันที่ 13 มิถุนายน 2550 ที่บริเวณหน้าห้องประชุมโรงเรียนเทคโนโลยีภาคเหนือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ผมเดินทางมาพร้อมกับผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ กรมการพัฒนาชุมชน (เสริมพงษ์ รัตนะ) ท่านผู้จัดการโรงเรียน (อาจารย์ณรงค์ สุขพยัคฆ์) รอต้อนรับพวกเราด้วยใบหน้าแช่มชื่น ท่านกรุณากล่าวต้อนรับพวกเรา หลังจากนั้นท่านผู้อำนวยการ ศพช.เขต (ดร.ประพีร์ เกิดเพิ่มพูล) ชี้แจงวัตถุประสงค์และกระบวนการทำงานของกิจกรรมในครั้งนี้ เสร็จแล้วท่านผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ ท่านได้กรุณาให้ความรู้พวกเราในหัวข้อ “ประชาสัมพันธ์อย่างไรให้ถูกใจผู้รับสาร” ในช่วงบ่ายอาจารย์ แนะนำการทำงานด้วยโปรแกรม Ulead 11 ท่านฝึกหัดให้เราใช้เทคนิคต่าง ๆ ในการตัดต่อเพื่อการนำเสนอ พวกเราทั้งสนุก มึนงง ( เพราะแก่แล้วตามไม่ค่อยทัน ) แต่ก็สามารถทำงานนำเสนอได้ไม่อายใครเชียวหละ 3 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันสุดท้าย ( 15 มิถุนายน 2550 ) ท่านผู้อำนวยการ ศพช. เขตได้กรุณาจัดทำเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน

เช้าวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ริมคลองอีเติ่ง สายลมอ่อนพัดพื้นน้ำพลิ้วเป็นระลอกเกิดแสงระยิบเมื่อแสงอาทิตย์สาดกระทบ อาหารเช้าเราลิ้มรส กาแฟร้อน ปาท่องโก๋กรอบ และข้าวต้มอุ่น ๆ เมื่อถึงเวลาเราพร้อมกันบริเวณห้องฝึกอบรมโดยไม่ต้องนัดหมาย เริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยหลักและวิธีการพูดสุนทรพจน์ หลังจากนั้นเป็นการฝึกพูดรายบุคคล และให้กลุ่มผู้ฟังเป็นผู้วิจารณ์รายบุคคล เราแยกกันด้วยรอยยิ้มในเย็นวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ด้วยความเชื่อมั่นว่าทีมงานของ ศพช.เขต 12 เราจะเป็นผู้เอื้ออำนวย ฯ ที่ดี สามารถเป็นได้ทั้งผู้ให้และผู้รับ

การจัดการความรู้ครั้งที่ 2
สมรรถนะบุคลากร สื่อความหมาย / ฟัง / สรุปประเด็น
บ้านสวนชลัมรีสอร์ท อ.เมือง จ.อุทัยธานี
ความสำเร็จของการจัดการความรู้ อยู่ที่การทำให้คนในเขตเรา เป็นผู้เอื้ออำนวย ฯที่มีความสามารถ รู้จักแหล่งความรู้ รู้กระบวนการ วิธีการจัดเก็บความรู้ นำมาเผยแพร่ และจัดการสร้างความรู้ใหม่ เป็นสมมติฐานที่ผมตั้งความหวังเพื่อให้ K M ของเขตเรามีประสิทธิภาพ นำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างทั่วถึงทั้งเขตในที่สุด
การพัฒนาสมรรถนะของผู้เอื้ออำนวย ฯ เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการจัดการความรู้ ผู้เอื้ออำนวยฯ ที่ดีจะต้องมีทักษะที่สำคัญคือ ทักษะในการสื่อความหมาย การตั้งคำถาม ทักษะการฟัง และทักษะในการสรุปประเด็นเพื่อบันทึกและจัดเก็บเป็นความรู้ เมื่อเห็นความสำคัญเช่นนี้ ผมจึงประสานกับนายกสโมสรฝึกการพูดนครสวรรค์ (ชัยพร ยิ้มแช่ม อดีตสรรพกรพื้นที่หลายจังหวัด ) ให้ท่านจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาสมรรถนะข้าง ต้นให้กับทีมผู้เอื้ออำนวย ฯ ของเขต ท่านกรุณารับปากและจัดให้พวกเราในวันที่ 4 - 6 มิถุนายน 2550 ผมเริ่มกระจายข่าวบอกพรรคพวกให้จัดตารางทำงานหลีกและเตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรม
เช้าวันที่ 5 มิถุนายน 2550 พวกเราดื่มด่ำชื่นชมกับธรรมชาติ ในบริเวณบ้านสวนชลัมภ์รีสอร์ท ซึ่งเจ้าของ (คุณชลัมภ์ กาญจนชัยภูมิ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทมหาจักรออโตพาร์ท จำกัด ) บรรจงตกแต่งบ้านพักริมคลองอีเติ่ง (ดินแดน ในอดีตเป็นแหล่งทำปืนเถื่อน) อย่างสวยงาม ร่มรื่น คงสภาพต้นไม้ใหญ่เช่นยางนาไว้มากมาย หลังจากท่านผู้อำนวยการ ศพช. เขต ได้พูดคุยและแจ้งวัตถุประสงค์การทำกิจกรรมครั้งนี้แล้วเราเริ่มภาควิชาการ ท่านนายกสโมสรฝึกการพูดนครสวรรค์ กล่าวนำความสำคัญของการพูด และหลักการพูดที่ดี เมื่อถึงเวลาอาหารว่าง ลิ้มรสสัมผัสกาแฟและอาหารว่างใต้ร่มไม้ บรรยากาศล้วนเป็นกันเอง พูดคุยนานาสาระ เสร็จจากอาหารว่างท่านอาจารย์ศุภศักดิ์ แก้วขำ ให้ความรู้ทั้งหลักและวิธีการพูดที่ดี หลังจากนั้นพวกเราทุกคนพลัดกันฝึกพูด เมื่อพูดจบทีมวิทยากรได้กรุณาวิจารณ์การพูดรายบุคคลพร้อมทั้งให้คำแนะนำ เราฟัง สังเกตอาการ นักพูดหน้าใหม่หลายรายโดยเฉพาะทีมน้องใหม่จากฝ่ายอำนวยการ หลายคนเหงื่อชุ่มตัว คำพูดเอ้อ อ้า มีให้ได้ยินก็หลายราย ถึงเวลาอาหารเย็นเราพร้อมกันล้อมวง อาหารพร่องโต๊ะในเวลาไม่นานนัก เสียงเพลงจากคาราโอเกะเริ่มบรรเลง หัวโต (อร่าม พุกสุข) รับหน้าที่พิธีกร คืนนั้นดีจีคาราโอเกะต้องทำงานหนัก เสียงเพลงสงบลงเวลาเกือบ 24.00 น.

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2550


เช้าวันที่ 23 พฤษภาคม 2550 ผมมองผ่านหน้าต่างกระจกห้องพักไกลออกไป เห็นสายหมอกลอยพาดผ่านยอดดอยเบื้องล่าง ความรู้สึกบอกตัวเองว่า รู้สึกสดชื่น เหมือนเราทิ้งความสับสนวุ่นวายไว้ข้างล่าง อดอิจฉาผู้คนที่ดอยแม่สลองไม่ได้ ความสุขที่แท้จริง ค้นหาได้ไม่ยากนัก ทานอาหารเช้า (ข้าวต้ม น้ำชาร้อน) เสร็จเรียบร้อยขนสัมภาระขึ้นรถมุ่งหน้าสู่แม่สาย สุดยอดแดนสยาม ที่แม่สายพัฒนาการอำเภอแม่สาย (ทวีศักดิ์ พลจันทร์) มอบหมายให้ขุนแผน (ณรงค์พล ปันสีทอง) พัฒนากร หัวหน้าฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ เป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ท่องแดนหม่อง ย่ำเท้ามองมะหน่อ พวกเรากระเป๋าเบาไปหลายคน (เพราะชอปปิ้งสินค้าเลียนแบรนด์) ทานอาหารกลางวันที่เทศบาลตำบลแม่สายเสร็จรีบล่ำลากลับถิ่นเดิมเมืองชอนตะวัน กว่าจะถึงบ้านและได้พักผ่อนหลับนอนก็เกือบ 24.00 น.
วันรุ่งขึ้น ขณะเหล็กกำลังร้อน เราจัดประชุมทีมทำงานของเขตเพื่อหาข้อสรุปการทำ K M ของเขต 12 ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการจัดเก็บความรู้จากเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยใช้งานในหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นแนวทางในการจัดเก็บความรู้ และให้กลุ่มงาน / ฝ่าย วางแผนการจัดการความรู้ของกลุ่มงาน / ฝ่าย โดยใช้พันธกิจ หน้าที่ ของกลุ่มงาน / ฝ่าย เป็นแนวทางจัดการความรู้
ผมเฝ้ารอดูการขับเคลื่อนการจัดการความรู้ของคนในเขตด้วยความหวัง และแล้วในวันที่ 25 พฤษภาคม 2550 ฝ่ายอำนวยการเริ่มขับเคลื่อน จัดให้มีการประชุมทีมงานและวางแผนจัดการความรู้ในฝ่ายของตัวเอง หลายคนในฝ่ายอื่นเริ่มขยับตัว บางคนเริ่มจัดเก็บความรู้ของตัวเองใน Web blog ผมแว่วเสียงสะท้อนผ่านสายลมจาก ส่ง เด็กดอย (บุญส่ง ทัศนา) ว่า กลับจากจัดการความรู้คราวนี้ เริ่มเห็น เริ่มรู้ ว่าเราควรจะเริ่มอย่างไร ใครแค่ไหน อย่างไร (ไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร) แต่ผมหวังว่าทุกคนในเขตเราจะเริ่มรู้ เข้าใจ และสามารถนำทักษะในการจัดการความรู้ไปจัดการความรู้ให้ตัวเอง งานของตัวเอง เป็นผู้เอื้ออำนวยกระบวนการเรียนรู้ที่ดี และสามารถถ่ายทอดเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เจ้าหน้าที่ของจังหวัดและอำเภอได้ในที่สุด ไม่รู้ว่าหวังมากเกินไปหรือเปล่า



เช้าวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 เมื่อผมมาถึงห้องอาหารโรงแรมกัสซัน ยังไม่เห็นพวกเรา แต่มองลงไปในสนามกอล์ฟ เห็น 3 หนุ่ม 3 มุม (บุญส่ง,ไพโรจน์,บุญเลิศ) เดินชมธรรมชาติอยู่ ด้านหน้าโรงแรมเห็นพวกเราหลายคนเดินชมทิวทัศน์และถ่ายภาพอยู่ เสร็จจากรับประทานอาหารเช้า เริ่มรายการให้ความรู้ด้วยทีมวิทยากร ศพช. เขต 5 แนะนำกระบวนการจัดการความรู้โดยใช้เกมส์และการสนทนากลุ่มเป็นตัวขับเคลื่อนในเวที เริ่มจากหัดให้รู้จักการบันทึกความรู้ การถ่ายทอดความรู้ การหาความรู้ และการทบทวนความรู้ / การทำงานให้ได้ตามวัตถุประสงค์ พวกเราเริ่มมองเห็นภาพของ K M ชัดขึ้น จนถึงเวลาเที่ยงพวกเรารีบเก็บสัมภาระขึ้นรถ อาหารมื้อกลางวัน วันนี้เป็นอาหารพื้นเมือง ท่านพัฒนาการจังหวัดลำพูน (กาญจนา กุลดิลด) และคณะ กรุณาจัดให้พวกเราที่ร้านดาวลอย ต้นตำหรับอาหารพื้นเมืองของจังหวัดลำพูน ลำแต้ ๆ หลังอาหารกลางวัน พวกเราได้รับความกรุณาจากพัฒนาการอำเภอป่าซาง (อภิญญา โกมลวัฒน์) จัดให้พวกเราดูงานหมู่บ้าน O V C บ้านดอนหลวง อ.ป่าซาง หมู่บ้านผ้าทอ รับฟังบรรยายสรุปเสร็จแล้ว ต่างแยกย้ายกันไปซื้อผ้าทอบ้าง พูดคุยกับชาวบ้านบ้าง ผม หัวโต (อร่าม พุกสุข) และเสี่ยโรจน์ (ไพโรจน์ อรรถอาภา) ทดสอบตีกลองปู่จากับชาวบ้าน พอเหงื่อซึมเรารีบล่ำลาชาวบ้านขึ้นรถเดินทางต่อยังจุดหมายสุดท้ายคืนนี้ที่ดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

รถตู้วิ่งไปตามเนินเขาทั้งที่เป็นเนินสูง และโกรกลึก เหมือนชีวิตที่บางครั้งมีทั้งสุข และบางครั้งมีทุกข์สลับกัน บางครั้งขึ้นสูง บางทีตกต่ำ เราถึงเชียงรายเมื่อเริ่มค่ำ และพบกับฝนตกเมื่อเริ่มแยกเข้าสู่ดอยแม่สลองที่อำเภอแม่จัน บรรยากาศในรถเริ่มเครียด ทั้งหิว ทั้งเสียว (อย่าคิดมาก เพราะทางขึ้นเขาชันและฝนตกจ๊ะ) ต้องใช้วิธีการกระตุ้นให้หัวโต ( อร่าม พุกสุข ) เล่ามุขสนุก ๆ ฟังให้ลืมหิว ลืมเสียว ( แต่ไม่รู้อีกคันแก้ด้วยวิธีใด เพราะผู้สื่อข่าวไม่ได้รายงาน ) 21.30 น. เราจึงถึงที่หมายแม่สลองวิลล่า คุณจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ เจ้าของกรุณาอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี อาหารมื้อเย็น (เมื่อเวลาเกือบ 22 น.) เป็นขาหมู หมั่นโถว ผัดเห็ดหอมสด ไก่ดำตุ๋นยาจีน ปลานิลราดพริก ทั้งหมดปรุงด้วยตำหรับยูนาน หลายคนบอกผมว่า รสชาติอร่อยอย่าบอกใครเชียว (ไม่รู้เพราะหิวจัดด้วยหรือเปล่า) ตกดึกผมใช้สัมพันธภาพส่วนตัวกับคุณจำเริญ ขอไปดูการทำชาที่โรงงานของเขา พวกเรา (ผม /แน่งน้อย/น้ำ/ยุ้ย) เดินเรียบทิวเขาดอยแม่สลองไปโรงงานใบชาจำเริญ ตื่นตาตื่นใจกับกระบวนการทำชา และลิ้มรสจิบน้ำชาอยู่นานพอสมควร อยากอยู่ต่อแต่ร่างกายบอกไม่ไหวเริ่มเพลียจึงล่ำลากลับเข้านอน

เสียงล้อยางบดขยี้พื้นผิวถนนดังไม่ขาดระยะ เข็มไมล์บอกตัวเลขระยะทางเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับเข็มนาฬิกาเดินทางตามทางของมัน เที่ยงวันเศษ เราเลยจังหวัดตากมาเล็กน้อย ความรู้สึกบอกว่าเชื้อเพลิง (พลังงาน) ที่อยู่ในกระเพาะอาหารเริ่มลดลง คนในรถเริ่มคุยกันถึงร้านอาหาร ปั้มไหนอร่อย จะแวะหาอาหารใส่กระเพาะที่ไหนดี พบปั้มน่าแวะ เรารีบสั่งคนรถให้แวะทันที แต่ผิดหวังอาหารหมด ขณะเดียวกันปั้มก็หายากเต็มที สุดท้ายต้องลงเอยด้วยการแวะเติมพลังที่ปั้มบางจากหน้าทางเข้าหมู่บ้านปากร้องห้วยจี้ หมู่บ้ าน O V C อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ทำให้เรารอดหูอื้อ ตาลายมาได้
บ่ายสองโมง เราถึง ศพช. เขต 5 ท่าน ผอ. อุดม มณีขัติ และทีมงานครบถ้วน รอรับพวกเรา พูดคุยและเปลี่ยนความรู้เรื่อง K M พร้อมกาแฟยามบ่าย พวกเราลาท่านเมื่อ 14.45 น. ท่านและคณะกรุณาส่งเราถึงรถและยังให้นักวิชาการอีก 4 คน เข้าร่วมเป็นวิทยากรให้พวกเราที่กัสซันขุนตานกอล์ฟแอนรีสอร์ท
บ่ายสามโมงตรงเราถึงกัสซันขุนตานกอล์ฟแอนรีสอร์ท ดินแดนสวรรค์กลางหุบเขาที่โปรกอล์ฟทั้งหลายบอกว่าเป็นสนามกอล์ฟที่สวยงามติดระดับโลก ดร.สมคิด แก้วทิพย์ กำลังลงจากรถยนต์ สะพายกระเป๋า เพื่อเตรียมมาให้ความรู้พวกเรา เรารีบเข้าห้องประชุมโดยยังไม่ได้ Check In ไม่ผิดหวังครับท่านอาจารย์ ดร.สมคิด ชี้แนะแนวทาง กระบวนการ ขั้นตอน และข้อคิดการทำ K M ได้อย่างแจ่มชัด จนถึงเวลา 17.00 น. หลายคนบอกเข้าใจดีมาก แต่เหนื่อยเพราะเวลากระชั้นชิด เสร็จภารกิจรับความรู้ รีบ Check In ทำภารกิจส่วนตัว
18 นาฬิกาเศษ เราพร้อมกันที่ห้องอาหาร บรรยากาศนอกห้องอาหารมองเห็นทิวทัศน์สนามกอล์ฟโดยรอบ ไกลออกไปเห็นรถไฟวิ่งข้ามสะพานทางรถไฟ ดวงอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขา หลายคนรีบบันทึกภาพท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาและสนามหญ้าเขียวขจี อาหารเย็นมื้อนั้นรสชาติอร่อยถูกปากจริง โรงแรมยังกรุณาจัดคาราโอเกะให้ทดสอบพลังเสียง เห็นลีลาแต่ละคนแล้วไม่ธรรมดา คืนนั้นเราทดสอบพลังเสียงเกือบห้าทุ่มจึงแยกย้ายกันไปนอน ก่อนกลับไปนอนผมได้ยินเสียงพวกเราบ่นว่า หัวหน้าเสริฐมีอะไรคับข้องใจก็ร้องเพลงไทยบอกก็ได้ไม่ต้องร้องเพลงฝาหรั่งรำพึง ตัดพ้อหรอก

เช้ามืด วันที่ 21 พฤษภาคม 2550 อากาศเย็นสบาย พวกเราส่วนใหญ่มาพร้อมกันบริเวณบ้านพักพัฒนาการจังหวัดนครสวรรค์ ( ผอ.ศพช.เขต 12 )แล้ว ใกล้ 07.00 น. ตามเวลานัดหมายปิยะ ชูพล มาถึงเป็นคนสุดท้าย แต่ละคนสาละวนอยู่กับการขนสัมภาระขึ้นรถ แนน อินทรีย์สุข คนขับรถ ศพช.เขต นำรถตู้คู่ใจ ทะเบียน 6 ฝ 6655 กทม. ที่ท่านอธิบดีนิรันดร์ ฯ กรุณาให้เขตมาใช้ รอรับพวกเรา (หัวหน้าช้าง) บุญเลิศ มีช้าง / (หัวหน้าซู) อุไรวรรณ อารยลักษณ์ / (ลุงยะ) ปิยะ ชูพล / (ป้าส้ม) เสน่ห์ ส้มแก้ว / (น้องเต้ย) มาลี ปลื้มประมล / (น้องชัย) วันชัย วสุรักขะ / (ส่ง เด็กดอย) บุญส่ง ทัศนา / (น้องกุ้ง) ธีรพงษ์ เถื่อนเครือวัลย์ และ(น้องนุช) จิณณพัต สาครบุตร สมัครใจให้สารถี (น้องแนน) แนน อินทรีย์สุข เป็นผู้นำทาง อีกคันประกอบด้วย ท่านผู้อำนวยการ ศพช.เขต 12 (ดร.ประพีร์ เกิดเพิ่มพูล) / ผม (ปัญญา เจนสาริกา) / หัวหน้าเสริฐ (ประเสริฐ ตันสาโรจน์วนิช) / หัวหน้ารี (อารี นาคดี) / หัวโต ( อร่าม พุกสุข / เสี่ยโรจน์ (ไพโรจน์ อรรถอาภา / แน่งน้อย (ศุภากร คนไว) / น้องวุฒิ (ณัฐวุฒิ ทองแกมแก้ว) / น้องมล ( กมลวรรณ พึ่งพิบูลย์) น้องยุ้ย ( ประภาวดี หมื่นพวง) / น้องน้ำ ( น้ำเพชร ภูวัช) และลิเก ป.โท (อัคเดช แจ้งอยู่) เป็นรถตู้ที่เราจ้างเหมามา พอได้ฤกษ์ เจ็ดโมงเช้า เราเคลื่อนทัพมุ่งสู่จังหวัดกำแพงเพชร เป้าหมายแรกของเรา
เราถึงสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร เวลา 08.30 น. พบเจ้าหน้าที่รอรับเราอย่างพร้อมเพรียง ท่านเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ( คุณสุชาติ ทองรอด ) กรุณากล่าวต้อนรับพวกเรา พร้อม ๆ กับแนะนำคณะทำงานจัดการความรู้ให้รู้จัก ผมเพิ่งพบตัวจริงและรู้จักฟันเฟืองสำคัญการขับเคลื่อนการจัดการความรู้ 2 คน (เคยได้ยินแต่ชื่อและนามแฝง) ทั้งคุณสายัณห์ ปลีกวงศ์ และคุณสิงห์ป่าสัก หรือวีรยุทธ สิงห์ป่าสัก ทั้งคู่กรุณาปูพื้นฐานกระบวนการการจัดการความรู้ให้ พวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เสร็จภารกิจตักตวงความรู้เรื่อง K M แล้ว ท่านพัฒนาการจังหวัดกำแพงเพชร (ณรงค์ บุ่ยศิริลักษณ์) และคณะ ให้ความกรุณาพาพวกเราสมอาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น ที่อยู่ข้าง ๆ สำนักงานจังหวัดกำแพงเพชร ผอ. ประพีร์ ถือโอกาสซื้อหาไปฝากชาวเหนือด้วยในคราวเดียวกัน สาระวนอยู่กับการซื้อสินค้า ถ่ายรูปจนเกือบ 11 น. จึงขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ